24 กุมภาพันธ์ 2562 คุณภาพอากาศเริ่มแย่ 7 จังหวัดภาคเหนือ ‘เชียงราย’คุมเข้มห้ามเผา

ที่มา: https://www.naewna.com/local/397379

7 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปภ.เร่งประสานเพื่อให้แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ด้านผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งคุมเข้ม ห้ามเผา ถ้ามีอีกจะเอาผิดทุกระดับ ขณะที่เรื่องแผ่นดินไหว ลำปางเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าในพื้นที่ภาคเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ และตาก คุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานให้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด ตลอดจนขอความร่วมมืองดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) ตาก (ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 51-105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 33126 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 101238 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลช้างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีค่า PM2.5 อยู่ที่ 105 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 อยู่ที่ 126 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 238 คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตรผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรียกผู้บริหารจากอำเภอเชียงของ ประกอบด้วยนายอำเภอเชียงของ กำนันตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ นายกเทศมนตรี ตำบลห้วยซ้ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ตำบลห้วยซ้อ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อเท็จจริงกรณียังเกิดการเผาจนทำให้เกิดจุดความร้อนหรือฮอตสปอตที่ดาวเทียมสามารถจับความร้อนได้ พื้นที่หมู่ 16 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดย ปภ.เชียงราย ได้มีประกาศเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง จ.เชียงราย ปี 2561-2562 (ห้ามการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 เมษายน 2562) เพื่อป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองไปแล้ว โดยในครั้งนี้ ทางจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้อำเภอเชียงของ ได้นำไปปฏิบัติโดยด่วนคือให้ทางอำเภอได้เข้มงวดการห้ามเผาและประชาสัมพันธ์ไปยังท้องที่ต่างๆ ให้มากขึ้น และมีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ฝ่าฝืนต่อพนักงานสอบสวน สภ.บุญเรือง อำเภอเชียงของ โดยให้เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีด้วย รวมทั้งให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านได้มีการจัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน ด้านนายกเทศมนตรี ตำบลห้วยซ้อ ในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่นให้จัดชุดอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เข้าเวรเฝ้าระวังและลาดตระเวนร่วมกับฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง ส่วนแผนการระยะยาวให้มีการจัดทำแผนพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ทั้งนี้ ทางจังหวัดแจ้งว่าหากยังเกิดเหตุไฟใหม้ขึ้นในพื้นที่ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 อีกก็จะดำเนินการทางวินัยตั้งแต่ตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ทำให้ล่าสุดทางอำเภอเชียงของ มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และประชาชนเพื่อร่วมกันป้องกันอย่างหนักแล้ว